• มะเร็งกับโภชนาบำบัด

    ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อนำไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ว่าอาหารนั้นก็มีหลากหลายชนิด ซึ่งบางอย่างก็มีประโยชน์กับเราอย่างมากมาย...

  • การตวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

    เป็นวิธีการง่ายๆ ที่คุณผู้หญิงสามารถตรวจสอบ มะเร็งเต้านม ได้ด้วยตัวเอง โดยทุกท่าจะต้องบิดลำตัวไปทั้งทางซ้ายและขวาเพื่อที่จะสามารถสังเกตุ...

  • มะเร็งเต้านม [Breast cancer]

    มะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย โดยพบมากเป็นอันดับ 2 รองจาก มะเร็งปากมดลูกl...

  • มารู้จักกับมะเร็งชนิดต่างๆกันดีกว่า

    มะเร็งนั้นเกิดขึ้นได้ในหลายๆจุดของร่างกาย จนเรียกว่าแทบจะทุกส่วนเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละจุดนั้นก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป...

  • มารู้จักกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Lymphoma

    มะเร็งชนิดนี้ถือว่าเป็นมะเร็งที่อันตรายชนิดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะ อาจจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ...

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูลทั่วไปของโรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

8 สัญญาณเตือนภัยมะเร็งรังไข่

1 ความคิดเห็น
          หลังจากที่ได้เล่าประสบการณ์ของผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยมะเร็งรังไข่แล้ว ก็จะเห็นว่าก่อนที่เราจะรู้ว่าเป็นมะเร็งนั้นก็จะมีอาการผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย หากเราไม่ใส่ใจหรือคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดากินยาเดี๊ยวก็หายก็อาจจะกลายเป็นมะเร็งในระยะที่เกินจะเยียวยาแล้วก็ได้

          วันนี้ผมมี 8 สัญญาณเตือนภัยมะเร็งรังไข่ มาฝากผู้อ่าน เพราะกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้คุณผู้หญิงรอดพ้นจากมะเร็งรังไข่ได้นั้น คือ การตรวจพบในระยะแรกๆ ซึ่งผู้หญิงสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุขโข สูติ-นรีแพทย์และหัวหน้าแผนกสูติกรรม โรงพยาบาลพิจิตร ได้แนะนำวิธีสังเกตอาการของมะเร็งรังไข่ไว้ในหนังสือชุดโรคภัยใกล้ตัว ต้านมะเร็งรังไข่ ดังต่อไปนี้
เบื่ออาหารสัญญาณเตือนมะเร็งรังไข่

     1.เบื่ออาหารหรืออิ่มเร็ว เพราะมะเร็งเป็นก้อนขนาดใหญ่อยู่ในรังไข่ จึงไปกดทับกระเพาะอาหาร ลำไส้ และมะเร็งผลิตน้ำออกมาในช่องท้อง

     2.ท้องโตขึ้น ท้องน้อยนูนขึ้น ลักษณะคล้ายคนท้องหรือมีพุง แม้ว่าจะกินน้อย เพราะมะเร็งเป็นก้อนขนาดใหญ่อยู่ในรังไข่ หรือมะเร็งรังไข่ผลิตน้ำออกมาในช่องท้อง

     3.ปวดท้องน้อย ท้องอืด จุกเสียด หรือปวดทั่วท้องเป็นประจำ

     4.ปัสสาวะผิดปกติ มีอาการแสบขัดบ่อยครั้ง และรู้สึกปัสสาวะไม่สุด เพราะก้อนมะเร็งรังไข่ไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ

     5.ปวดหลังมาก ในบางคนอาจจะมีอาการปวดจนเดินหรือนั่งไม่ไหว เพราะมะเร็งรังไข่ไปรบกวนการทำงานของเส้นประสาทบริเวณหลัง

     6.ท้องผูกเรื้อรัง ขับถ่ายไม่สะดวก จนทำให้ตัวร้อนคล้ายเป็นไข้ เพราะมะเร็งรังไข่ไปกดทับลำไส้ใหญ่หรือกระจายไปยังลำไส้
ปวดท้องสัญญาณเตือนมะเร็งรังไข่

     7.ประจำเดือนมากะปริบกะปรอย หรือมาครั้งละมากๆ เป็นเวลานาน เพราะเจ้ามะเร็งจะสร้างฮอร์โมนเพศไปรบกวนการทำงานของรังไข่

     8.หากเป็นมะเร็งรังไข่นานมากๆ จะเกิดอาการอ่อนเพลียรุนแรง ตัวซีด หลายใจหอบเหนื่อย เจ็บในอก ตาเหลือง ตัวเหลือง และมีอาการผิดปกติอื่นๆ แล้วแต่พื้นฐานสุขภาพของผู้ป่วย
นี้ก็เป็นข้อสังเกตหลักๆ ของผู้ที่อาจจะเข้าข่ายเป็นมะเร็งรังไข่ ซึ่งผู้หญิงควรสังเกตอาการผิดปกติเหล่านี้อย่างละเอียด และหากพบอาการผิดปกติควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย เพราะการตรวจพบมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งชนิดอื่นๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการรักษาในทันที จะช่วยให้ผู้ป่วยร้อยละ 90 มีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 5 ปี หลังเข้ารับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์

          แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยร้อยละ 80 เมื่อมาพบแพทย์ก็จะพบมะเร็งในระยะหลังๆ หรือลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ แล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะบอกว่า มีอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ จึงไม่ได้ใส่ใจ ทานยาแล้วหายก็คงไม่มีอะไร

          แต่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านทุกท่านที่ได้อ่านทราบว่า ต่อให้มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งตามนี้ ไม่ว่าจะเป็นมากเป็นน้อยก็ตามทางที่ดีไปพบแพทย์ดีกว่าครับ จากประสบการณ์ตรงของผมเอง


Read More »

แค่ปวดท้องที่ไหนได้กลายเป็นมะเร็งรังไข่

2 ความคิดเห็น
          วันนี้ผมมีเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของผู้ป่วยมะเร็งมาเล่าให้ผู้อ่านได้อ่านกันนะครับ เพราะปัจจุบันโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวของคุณเอ๋ย นักศึกษาสาววัย 20 ปี ผู้ที่ต้องคอยดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งรังไข่ ได้เล่าให้ฟังว่า


          "ประมาณสองปีที่แล้ว คุณแม่นั้นป่วยท้องอยู่บ่อยครั้ง (อันนี้เหมือนกับของแม่แฟนผมเลยครับอาการปวดท้องนี่ละครับที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก) แน่นและอึดอัดท้องมากๆ ซึ่งมีอาการคล้ายกับมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ ทั้งๆ ที่คุณแม่รู้สึกเบื่ออาหาร กินข้าวไม่ได้ แต่ท้องน้อยกลับโตขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการซึมเศร้าด้วย"

          "หลังจากนั้นคุณแม่ก็อาการแย่ลงเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง เป็นไข้หนาวๆ ร้อนๆ ตลอดเวลา แต่ก็คิดว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังจากภาวะหมดประจำเดือน เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เอ๋ยทนเห็นแม่เป็นอย่างนี้ไม่ไหว เพราะสภาพร่างกายของคุณแม่ตอนนี้แย่สุดๆ เอ๋ยจึงพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล และก็ตรวจพบ มะเร็งรังไข่ ระยะที่ 1c คือ เซลล์มะเร็งอยู่ในรังไข่ทั้งสองข้าง และกระจายมาที่บริเวณผิวรังไข่ข้างซ้ายค่ะ"

          ระหว่างที่ตรวจพบและรอการรักษา คุณแม่ก็มีอาการเพิ่มขึ้น คือ มีอาการปวดหลังแทบเดินไม่ไหวและถ่ายปัสสาวะทุกๆ 30 นาที เพราะก้อนมะเร็งไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ

          "คุณหมอรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการทำเคมีบำบัดค่ะ เอ๋ยเห็นคุณแม่ซูบผอมลงไปมากเพราะเสียเลือด น้ำหนักลด ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ขับถ่ายไม่ปกติ และกินอาหารไม่ได้ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาค่ะ"

ผมในฐานะเป็นบุคคลหนึ่งที่เคยดูแลคุณแม่และคอยต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ของเอ๋ยได้ฟื้นตัวเร็ววันเร็วคืน ขอให้คุณแม่หายไวๆ นะครับ มะเร็งยิ่งตรวจพบเจอเร็วเท่าไร ยิ่งมีโอกาสในการรักษาสูงขึ้นเท่านั้น


Read More »

มะเร็งชนิดต่างๆ

1 ความคิดเห็น

มารู้จักกับมะเร็งชนิดต่างๆกันดีกว่า

     มะเร็งนั้นเกิดขึ้นได้ในหลายๆจุดของร่างกาย จนเรียกว่าแทบจะทุกส่วนเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละจุดนั้นก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นมะเร็งตับนั้นอาจจะมีสาเหตุเกิดจากการดื่มเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ แต่มะเร็งปอดนั้นอาจจะเกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่มากเกินไป

     ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับมะเร็งชนิดต่างๆ เพื่อจะได้รู้และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

  • มะเร็งปอด

มะเร็งปอด

     มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีสารพิษตกค้างอยู่ในระบบทางเดินหายใจ หรือว่าปอดของเรานั่นเอง ซึ่งปอดเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย หากไม่มีปอดหรือปอดถูกทำลาย ชีวิตของเราก็คงจะไม่รอดอย่างแน่นอน

  • มะเร็งตับ


     ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมากของร่างกาย เพราะเป็นอวัยวะที่ช่วยในการกรองเอาสารพิษออกจากกระแสเลือด ซึ่งหากว่าไม่มีตับแล้ว ร่างกายของเราก็จะมีการสะสมสารพิษจนกลายเป็นโรคร้ายแรงต่างๆได้ และถ้าหากว่าร่างกายของเราได้รับสารพิษมาสะสมในตับมากๆ ตับก็อาจจะเสื่อมสภาพหรือเป็นมะเร็งตับได้

  • มะเร็งเต้านม


     ดูเหมือนว่ามะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่สาวๆ มักจะกลัวกันมากที่สุด แต่อย่างไรก็ดีมะเร็งเต้านมนี้เป็นมะเร็งที่เราสามารถตรวจสอบได้ไงด้วยตัวเอง ด้วยการคลำบริเวณเต้านมของตัวเองดูหากว่ามีก้อนแข็งๆ ที่เพิ่มขนาดเรื่อยๆ ก็ให้ไปเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการต่อไป โดยก้อนเนิ้อนั้นอาจจะเป็นเพียงเนื้องอก หรืออาจจะเป็นเนื้อร้ายก็ได้

  • มะเร็งปากมดลูก


     มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 - 60 ปี โดยหากพบว่าในระยะแรกนั้น ก็จะทำให้การรักษานั้นไม่ยุ่งยาก และมีโอกาสหายได้มากขึ้น ซึ่งหากว่าตรวจภายในเป็นประจำอยู่แล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป้นมะเร็งปากมดลูกได้

  • มะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมาก

     พูดถึงมะเร็งที่เป็นกันมากของผู้หญิงแล้ว ทีนี้เรามากล่าวถึงมะเร็งที่เป็นกันมากในผู้ชายบ้าง มะเร็งต่อมลูกหมากนั้นเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในผู้ชายส่วนใหญ่ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป โดยสาเหตุนั้นไม่อาจจะทราบแน่ชัดได้ 

  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง

มะเร็งลำไส้ใหญ่
     
     มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงก็เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเป็นกันมากทั้งหญิงและชาย ซึ่งก็เป็นความผิดปกติของโครโมโซมในเซลล์ของเนื้อเยื่อบุลำไส้ ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นก็ยังไม่แน่ชัด ทราบเพียงแต่ว่าส่วนใหญ่เกิดในคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และอาจจะมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกด้วย

  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

     มะเร็งชนิดนี้ถือว่าเป็นมะเร็งที่อันตรายชนิดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะอาจจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น ตับ ม้าม ทางเดินหายใจ หรือระบบประสาทนั่นเอง ซึ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้สามารถเป็นได้ทั้งในเด็ก ผู้ใหญ่ และวัยชราเลยทีเดียวครับ

  • มะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหาร

     มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งอีกจุดหนึ่งที่ถือว่าเป็นภัยเงียบ เนื่องจากอาการของโรคนั้นจะปรากฎขึ้นก็ต่อเมื่อเป็นระยะสุดท้ายแล้วเท่านั้น ทำให้เมื่อรู้ตัวก็อาจจะสายไปเสียแล้ว แต่อย่างไรก็ดี หากเราหมั่นเช็คสุขภาพของเราอยู่เสมอ การตรวจเจอในระยะแรกๆก็สามารถหายได้


  • มะเร็งถุงน้ำดีและท่อน้ำดี

มะเร็งท่อน้ำดี

     มะเร็งชนิดนี้พบได้น้อย คือน้อยคนนักที่จะเป็นมะเร็งในถุงน้ำดี และท่อน้ำดี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสที่จะไม่เกิดเลย มะเร็งชนิดนี้ถ้าหากว่าเป็นแล้วค่อนข้างอันตรายและจะเป็นมะเร็งที่ตรวจวินิจฉัยโรคได้ยากกว่ามะเร็งส่วนอื่นๆ ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของมะเร็งชนิดนี้ก็คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

  • มะเร็งหลอดอาหาร

มะเร็งหลอดอาหาร

     ถ้าพูดถึงมะเร็งหลอดอาหารแล้ว ประเทศที่เป็นกันมากก็คือประเทศจีน เพราะคนจีนชอบกินอาหารที่ร้อนจัด เช่น ซุป ชา อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งหลอดอาหารนั่นเอง ซึ่งมะเร็งหลอดอาหารนั้นมักจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และส่วนใหญ่แล้วก็จะมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

  • มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนัง

     นับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของคนไทย ที่มีเม็ดสีผิว หรือว่ามีเมลานินอยู่มากดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องมะเร็งผิวหนังมากนัก แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนี้เราอาจจะประมาทโรคมะเร็งผิวหนังได้ เพราะว่าแสงแดดทุกวันนี้แรงขึ้นมากเรื่อยๆ ดังนั้นหากว่าเราไปออกแดด ช่วงที่มีแสงแดดแรงๆ บ่อยๆ โดยที่ไม่มีครีมกันแดดเลย ก็อาจจะทำให้เราเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ดังนั้นผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่จะเป็นโรคผิวหนังได้มากกว่าคนอื่นก็คือ คนที่โดนแสงแดดแรงๆบ่อยๆ กับคนที่มีผิวขาว หรือว่ามีเม็ดสีน้อยลงนั้นเอง

  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

     มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะนั้นเกิดจากการที่เบื่อบุกระเพาะปัสสาวะมีการแบ่งตัวจนเกิดเป็นเนื้องอกขึ้นมาในที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และผู้ที่มีอายุ 60 ขึ้นไปซึ่งหากว่าปล่อยเอาไว้ ก็อาจจะทำให้เกิดโรคต่างๆ แทรกซ้อน อย่างเช่น โรคไตวาย เป็นต้น

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาว

มะเร็งเม็ดเลือดขาว

     มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "ลูคีเมีย" ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่คนกลัว เพราะว่าค่อนข้างที่จะอันตรายพอสมควรเลยทีเดียว มะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิดก็คือ แบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบเฉียบพลันมากกว่า ปกติแล้วเม็ดเลือดขาวจะเหมือนทหารที่ป้องกันร่างกายของเราจากเชื้อโรคต่างๆที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งก็จะอยู่ในภาวะสมดุลกับเม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด แต่หากว่าเราเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวกนั้นก็จะมีปริมาณเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นจนเหนือการควบคุม และทำให้เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดหยุดการเจริญเติบโต

     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงรายละเอียดส่วนหนึ่งของแต่ละชนิด เดี๊ยวผมจะเจาะเข้าไปเป็นแต่ละชนิดๆ ในรายละเอียดที่ลึกกว่าเดิมนะในบทความต่อๆไป

Read More »

ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็นโรคมะเร็ง

3 ความคิดเห็น

ความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

     นอกจากปัจจัยเสี่ยงทางด้านกรรมพันธุ์แล้ว ความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกมากทายที่อาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็งตามที่ต่างๆได้ ซึ่งหากว่าเรายิ่งมีพฤติกรรมเสี่ยงมากเท่าไหร เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งมากขึ้นเท่านั้น

บุหรี่ของปิ้งย่าง



ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งมีดังต่อไปนี้

  • กินอาหารสุกๆ ดิบๆ ข้อนี้สำคัญมากนะครับ
  • กินอาหารที่มีไขมันในปริมาณที่สูง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ติดมัน นม เนย น้ำมันจากสัตว์ เป็นต้น
  • สูบบุหรี่ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ เช่นอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ดูดบุหรี่
  • ดื่มเหล้า
  • กินอาหารที่ขึ้นรา หรือว่าเน่าเสีย
  • ตากแดดมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลา 9.00 - 17.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีแสงแดดแรงมาก
  • อยู่อาศัยในที่ทีมีมลภาวะทางอากาศในระดับกลางหรือสูง เช่น ในตัวเมืองกรุงเทพ
  • กินอาหารดองเค็ม เช่น ปูเค็ม บ๊วย ผลไม้ดอง
  • กินอาหารที่ไหม้เกรียม อาหารปิ้งหรือรมควัน เพราะอาหารพวกนี้มีสารก่อมะเร็งในปริมาณที่สูงมาก
  • คุมกำเนิดมานานมากกว่า 5 ปี
  • กินอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมี
  • น้ำหนักเกินมาตรฐาน
  • เคยมีอาการติดเชื้ออย่างเรื้อรัง
  • และอื่นๆอีกมากมาย
     ปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมานี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เราจะพอควบคุมได้ ซึ่งปัจจัยที่เรานั้นไม่อาจจะควบคุมได้ก็อาจจะเป็นปัจจัยทางด้านกรรมพันธุ์ที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ซึ่งเราอาจจะใช้การกินผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการสกัด ยับยั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆให้เกิดขึ้นยากแทน ถ้าเราทำการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงแล้ว โอกาสที่เราจะเป็นมะเร็งนั้นก็จะน้อยลงมากขึ้นไปด้วยแล้วเราจะทำอย่างไรหละเพื่อไม่ให้เราเป็นโรคมะเร็งวันนี้เมื่อเราเสนอความเสี่ยงแล้วเราก็ต้องมาเสนอการป้องกันมาดูกันเลยครับ

ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากมะเร็ง

     แม้ว่าวิธีที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจจะยับยั้งโรคมะเร็ง หรือป้องกันไม่ให้เราเป็นโรคมะเร็งได้อย่าง 100% แต่ก็สามารถที่จะลดปัจจัยเสี่ยง หรือว่าลดเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยที่เราต้องปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
  • ไม่สูบบุหรี่ ซิก้าร์ หรือสารเสพติดอื่นๆ เพราะของเหล่านี้นั้นมีสารเคมีต่างๆมากมายที่มีแต่โทษไม่มีประโยชน์เลยซักนิด
  • ไม่ดื่มสุรา ของมึนเมา หรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • งด ละ เลิกการกินเนื้อแดง
  • ไม่ออกแดดแรงๆ โดยไม่ทาครีมกันแดด
  • ไม่ดื่มหรือกินอาหารร้อนๆ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ
  • หลีกเหลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมแย่ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางเสียง หรือความเป็นอยู่
  • กินแต่ของปรุงสุกใหม่ๆ ละเว้นของสุกๆ ดิบๆ หรือว่าของที่เก็บไว้นานๆ
  • ไม่กินของหมักดอง และของที่มีเชื้อรา
  • กินผักผลไม้ ซึ่งมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ตรวจสุขภาพทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป



Read More »

7 สัญญาณอันตรายของโรคมะเร็ง

0 ความคิดเห็น

7 สัญญาณอันตรายของโรคมะเร็ง

     อย่างที่บอกไปแล้วว่าโรคมะเร็งนั้นยิ่งรักษาให้หายเร็วเท่าไหรก็ยิ่งดี ดังนั้นหากเรารู้ว่ามีสัญญาณอันตรายที่จะเตือนว่า เราอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่เป็นโรคมะเร็งแล้วก็ได้  ก็จะทำให้ทำการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งสัญญาณเตือนที่จะบอกเรานั้นอาจจะเป็นโรคมะเร็งแล้วมีดังนี้


  • ระบบขับถ่ายมีปัญหา มีอาการผิดปกติต่างๆ บางวันท้องผูก บางวันท้องเสีย เวลาอุจจาระออกมาก็มีมูกเลือดไหลปนมาด้วย

  • เป็นแผลเรื้อรังไม่รู้จักหายซักที หากว่าเราเป็นแผลเรื้องรังที่ไม่รู้จักหายสักที ทั้งๆที่ปกติเรานั้นเป็นแผลแล้วหายเร็วมาก อันนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งของโรคมะเร็งเหมือนกัน
  • มีก้อนหรือมีตุ่มขึ้นมา อันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างจะดูได้ง่าย เช่น มะเร็งเต้านม จะเป็นก้อนแข็งๆที่บริเวณเต้านม ทำให้เราสามารถรับรู้ได้อย่างง่ายดาย
  • กลุ้มใจเรื่องการกลืนอาหาร หรือมีปัญหากับระบบการย่อยอาหาร ไม่ว่าจะเป้นอาการท้องอืด กลืนอาหารยาก หรือว่าอาหารไม่ย่อยก็เป็นสัญญาณอันตรายเช่นกัน
  • ทวารทั้งหลายมีเลือดไหล หรือมีเลือด ของเหลวออกมาอย่างปิดปกติ เช่น ตกขาวหรือประจำเดือนที่อาจจะมากกว่าปกติหรือมีกลิ่นที่ผิดปกติ
  • การเปลี่ยนแปลงของไฝหรือหูด โดยเฉพาะสังเกตูดูขนาดของไฝหรือหูดว่ามันมีขนาดใหญ่ขึ้น มีสีคล้ำขึ้นหรือไหม
  • ไอหรือเสียงแหบจนเรื้อรัง หากว่าเรานั้นไอบ่อยๆ หาหมอหรือกินยาอะไรก็ไม่หาย อันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายได้เช่นกัน อาจจะเป็นมะเร็งกล่องเสียงได้ (ข้อนี้ผมก็เป็นอยู่กลัวนะเนี้ย)
          
     ทั้ง 7 ข้อนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่จะบอกให้เราได้รู้ว่าเรานั้นมีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ เป็นที่อวัยวะส่วนไหน นี้เป็นข้อสังเกตุอย่างง่ายๆ เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันและเตรียมการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเป็นถึงขั้นรุนแรง

Read More »

ระยะของมะเร็ง

4 ความคิดเห็น

ระยะของโรคมะเร็ง (Stage of Cancer)


     โรคมะเร็งนั้นเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้แล้วในปัจจุบัน(แต่ก็ไม่ 100%)ขึ้นอยู่กับ "ระยะของโรค" และอาการของผู้ป่วยว่าอาการเป็นอย่างไรและอยู่ในระยะไหน ซึ่งเมื่อรักษาหายแล้วจะต้องมาตรวจดูอาการอยู่เสมอไม่ใช่ว่าหมอบอกว่าคุณหายแล้วก็ไม่มาตรวจไม่มาเช็คอีกเลย บางคนเมื่อรักษาหาย ตัดก้อนเนื้อออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีเชื้ออยู่ ทำให้มะเร็งสามารถลุกลามไปที่อื่นๆได้อีก

    สิ่งที่จะกำหนดได้ว่าเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้วจะมีสิทธฺ์หาย และอยู่ได้อย่างยาวนานหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ "ระยะของโรคมะเร็ง" ระยะที่ตรวจพบและทำการรักษาซึ่งส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ  คือระยะที่ 1 นั้นจะมีโอกาสที่จะหายขาดและยู่ได้อย่างยาวนานมากที่สุด ส่วนในระยะที่ 4 นั้นมีโอกาสที่จะทำการรักษาให้หายได้น้อยมาก และเมื่อทำการรักษา ตัดก้อนเนื้อร้ายออกไปแล้ว ก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี เพราะว่าเชื้อมะเร็งนั้นได้แพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกายแล้วนั้นเอง

     ระยะเป็นตัวบ่งบอกการลุกลาม ความรุนแรง ของโรคมะเร็ง การที่แพทย์ทราบระยะของโรคแพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาและพยากรณ์โรคได้

     ระยะของโรคมะเร็งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโรคเปลี่ยนแปลงไป

     ระยะโรคแบบ TNM มาจาก T (Tumor) ขนาดก้อน N (Lymph nodes) ต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งลุกลามไป M (Metastasis)  การแพร่กระจายของโรคไปที่อวัยวะอื่น

การแบ่งระยะของโรคอาศัยการตรวจร่างกาย การเอ็กซเรย์ต่าง ๆ ผลเลือด ผลชิ้นเนื้อ ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด เป็นตัวกำหนด

1. ระยะของโรคมะเร็งคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

- เป็นตัวบ่งบอกการลุกลาม ความรุนแรง ของโรคมะเร็ง การที่แพทย์ทราบระยะของโรคแพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาและพยากรณ์โรคได้

- และยังสามารถนำไปเทียบเคียงกับผลการวิจัยที่ทำกับคนไข้ในระยะเดียวกัน เพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคและการรักษาได้ดียิ่งขึ้น


2. อะไรเป็นตัวกำหนดระยะของโรค?

- การกำหนดระยะของโรคนั้นขึ้นอยู่กับเซลล์มะเร็งแบ่งตัว เติบโต นอกเหนือการควบคุมจากร่างกาย สามารถเติบโตลุกลามเข้าไปในอวัยวะใกล้เคียง โดยเข้ากระแสเลือด ต่อมน้ำเหลืองได้ซึ่งเรียกว่าการ "ลุกลามแพร่กระจาย (Metastasis)" ซึ่งการลุกลามนี้เองจะเป็นตัวชี้วัดระยะของโรคมะเร็ง


3. ระยะโรคประกอบด้วยอะไรบ้าง และเป็นอย่างไร?

ระยะโรคแบบ TNM เป็นกำหนดระยะของโรคแบบมาตรฐานสากลทั่วโลก กำหนดขึ้นโดย International Union Againt Cancer (UICC) และ The American Joint Committee on Cancer (AJCC)

- ระยะโรคแบบ TNM กำหนดจาก T (Tumor) ขนาดก้อน จำนวนก้อน ตำแหน่งที่ก้อนอยู่ N (Lymph nodes) ต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งลุกลามไปและ M (Metastasis)

การแพร่กระจายของโรคไปที่อวัยวะอื่น

ชนิดของเซลล์และการแทรกแซงเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ


  • ขนาดของก้อน (Primary Tumor) (T)

Tx ไม่สามารถประเมินก้อนได้
T0 ไม่มีหลักฐานของก้อน
Tis มะเร็งระยะต้นๆ ที่อยู่บนชั้นของเซลล์ปกติยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ
T1,2,3,4 ขนาดต่างๆ กันของก้อนจากเล็กไปใหญ่


  • ต่อมน้ำเหลือง (Regional Lymph nodes) (N)

Nx ไม่สามารถประเมินต่อมน้ำเหลืองได้
N0 ไม่พบมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง
N1,2,3 มะเร็งเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง (จำนวนต่อมและตำแหน่งต่อมที่แพร่ไป)


  • การแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น (Distant Metastasis) (M)

Mx ไม่สามารถประเมินการแพร่กระจายได้
M0 ไม่พบการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น
 M1 แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

ตัวอย่าง มะเร็งเต้านมระยะ T3N2M0 หมายถึงมะเร็งก้อนใหญ่ที่มีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นของร่างกาย


5. มะเร็งทุกชนิดใช้ระบบ TNM หรือไม่?

     ส่วนใหญ่ใช้ ยกเว้นบางชนิดเท่านั้น เช่น มะเร็งเส้นประสาทไขสันหลัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งปากมดลูก  มดลูก รังไข่ ช่องคลอด และมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์มะเร็งในเด็กบางชนิด แต่อย่างไรก็ตามมะเร็งเหล่านี้ก็มีการจัดระยะแบ่งระยะเฉพาะแบบที่เป็นสากล

อย่างไรก็ตามยังมีการจัดระยะอีกแบบหนึ่ง โดยแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ

- In situ หมายถึง มะเร็งระยะต้น ๆ (Carcinoma in situ) ที่อยู่บนชั้นของเซลล์ปกติยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ

- Reginal หมายถึง มะเร็งที่แพร่ไปยังอวัยวะหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้ ๆ

- Distant หมายถง มะเร็งที่แพร่ไปยังอวัยวะหรือต่อมน้ำเหลืองไกล ๆ

- Unknown หมายถึง ไม่สามารถประเมินได้ว่าอยู่ระยะใด


6. มีวิธีการอย่างไรบ้างเพื่อที่จะทราบระยะของโรค?

- ตรวจร่างกาย
- เอกซเรย์แบบต่าง ๆ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เพทสแกน (PET scan)
- ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
- ผลตรวจชิ้นเนื้อ
- ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด

7. มะเร็งระยะสุดท้ายคืออะไร จะต้องเสียชีวิตทุกคนใช่หรือไม่?

     ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งจำนวนหนึ่งมาพบแพทย์หลังจากมีการกระจายของโรคแล้ว มักจะเรียกผู้ป่วยระยะนี้ว่า ระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจาย ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็นมะเร็งระยะ 1-3 แล้วต่อมาจึงมีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ผู้ป่วยประเภทหลังนี้มักเรียกว่าระยะแพร่กระจายเช่นเดียวกัน แม้ว่าผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมดหวังเสียทีเดียว เพราะแพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง (Palliative treatment) เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมารจากโรคมะเร็ง และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยนอกจากนี้มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะแพร่กระจายก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 ที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่ตอบสนองต่อการรักษา ผู้ป่วยจะค่อย ๆ มีอาการแย่ลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะสุดท้าย (End stage cancer) ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่นจะให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายร่วมกับญาติ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานน้อยที่สุดระยะเวลาระหว่างเริ่มแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) จนกระทั่งถึงระยะสุดท้าย (End stage) มีระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นกับธรรมชาติของโรค และสภาพร่างกายผู้ป่วยด้วย

ดังนั้นผู้ป่วยและญาติ ควรปรึกษาแพทย์มะเร็งวิทยา เพื่อวางแผนร่วมกันในการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด

ผมจะสรุประยะของมะเร็งและอัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปี ให้ดูแบบคร่าวๆนะครับ

ระยะที่ 1     อัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปี 80%
ระยะที่ 2     อัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปี 60%
ระยะที่ 3     อัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปี 30%
ระยะที่ 4     อัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปี 10%

     เห็นจากการสรุปนี้แล้วจะทำให้ทุกคนเห็นว่าในระยะสุดท้ายนั้นมีโอกาสที่ผู้ป่วยนั้นจะมีอายุยืนหรืออยู่ได้อย่างยาวนานนั้นมีโอกาสหรือความเป็นไปได้ที่น้อยมาก แต่ใช่ว่าจะเป็นแบบนี้เสมอไป การที่ผู้ป่วยนั้นจะสามารถอยู่กับเราได้อย่างยาวนานนั้นขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วยว่ากำลังใจของผู้ป่วยนั้นดีแค่ไหน บางคนอยู่ได้แค่ 3 เดือน บางคนอยู่ได้เป็น 10 ขึ้นอยู่กับกำลังของญาติๆและผู้ที่คอยดูแลผู้ป่วยนั้นมีให้แก่ผู้ป่วยมากน้อยขนาดไหนครับ

ข้อมูลบางส่วนเอามาจาก : http://www.chulacancer.net/newpage/patient-question-stage-of-cancer.html


Read More »

โรคร้ายที่เรียกว่า "มะเร็ง"

0 ความคิดเห็น

ทำความรู้จักกับโรคร้ายที่เรียกว่า "มะเร็ง"


มารู้จักกับมะเร็ง


     ก่อนอื่นนั้นเราควรที่จะทำความรู้จักกับ "โรคมะเร็ง" กันก่อนนะครับว่ามันเป็นอย่างไร เพื่อที่จะเข้าใจถึงตัวโรคก่อนโรคมะเร็ง หรือที่เรียกกันง่ายๆบ้านๆว่า "เนื้อร้าย" เป็นส่วนของก้อนเนื้อที่อยู่นอกเหนือการควบคุม หรือมีการเจริญเติบโตในลักษณะที่ผิดปกตินั้นเอง ซึ่งมะเร็งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับเซลล์ทุกชนิดของร่างกาย ยกเว้นเพียง เล็บ และ ผม เท่านั้นเอง

     ลักษณะของเซลล์มะเร็งหรือเนื้อร้าย เนื้อเยื่อที่ผิดปกตินั้น เมื่อมันเกิดขึ้นและขยายตัวแล้วจะเกิดเป็นก้อนเนื้อแข็งๆ และสามารถแพร่กระจายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้โดยที่เนื้อเยื่อนั้นไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันเลย เช่น จากกระเพาะอาหาร ไปสู่ปอด เป็นต้น
     โดยเบื้องต้นแล้วคนส่วนใหญ่จะเชื่อกันว่าโรคมะเร็งนั้นเกิดจากการสะสมของสารพิษในร่างกายที่มีอยู่ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่สอดคล้องกับสาเหตุที่คนเราเป็นโรคมะเร็งกันมากขึ้น ก็เพราะคนเราได้รับสารพิษเข้าไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นจากทางการหายใจ หรือการรับประทานอาหารเข้าไป


ชนิดของมะเร็ง

ชนิดของมะเร็งจะแบ่งตามชนิดของเซลล์ที่เป็นต้นกำเนิด เช่น


  • Carcinomas : เซลล์ต้นกำเนิดเกิดเซลล์บุผิว (epithelium)มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดประมาณร้อยละ 85
  • Sarcomas เป็นมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อผูกพัน(connective tissue) เช่นกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน
  • Leukemia / Lymphoma เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือด
  • มะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งสมอง

คนเราเป็นโรคมะเร็งชนิดไหนมาก

ผู้ชายเราพบมะเร็ง

มะเร็งปอด 19%
มะเร็งต่อมลูกหมาก 17 %
มะเร็งลำไส้ใหญ่ 14 %
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 7 %

ผู้หญิง

มะเร็งเต้านม 29%
มะเร็งลำไส้ใหญ่ 12%
มะเร็งปอด 11%
มะเร็งรังไข่ 5%


สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

     โรคมะเร็งนั้นเกิดจากสาเหตุหลากหลายประการมากมาย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นมะเร็งที่เดียวกน แต่ก็อาจจะมาจากสาเหตุที่แตกต่างออกไป ซึ่งสาเหตุหลักๆของโรคมะเร็งนั้นสามารถแบ่งได้ดังนี้
  • ทางพันธุกรรม มะเร็งนั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งปกติแล้วคนเรานั้นเกิดมาพร้อมกับเซลล์มะเร็ง แต่อยู่ที่ว่ามันมีตัวกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งนี้เติบโตจนกลายไปเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ การถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่มักจะพบบ่อยๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ เป็นต้น
  • การรับสารก่อมะเร็ง สาเหตุในข้อนี้เกิดขึ้นมากในปัจจุบัน เพราะในสิ่งแวดล้อมตอนนี้ล้วนมีแต่สารพิษทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นจากทางอากศ เช่น ควันจากท่อไอเสียต่างๆ จากอาหารที่สามารถหากินได้ง่าย เช่น อาหารปิ้ง ทอด ย่าง ซึ่งอุดมไปด้วยสารก่อมะเร็ง เมื่อสิ่งเหล่านี้เราได้รับเข้าไปเป้นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน
  • ความผิดปกติของฮอร์โมน มีการตรวจพบว่าหากเป็นโรคมะเร็งนั้นฮอร์โมนของผู้ที่เป็นโรคมะเร็งนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
  • สาเหตุอื่นๆ สาเหตุหรือปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งก็ได้แก่ แสงแดด ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก การกินอาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารที่มีพยาธิ โรคไวรัสตับเอกเสบ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้น
อาหารก่อมะเร็ง

     ดังนั้นหากเราไม่อยากที่จะเป็นโรคมะเร็ง ควรจะลดความเสี่ยงต่อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งดังกล่าวที่ผมได้บอกไป แม้ว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะป้องกันมะเร็งได้ 100% แต่ก็สามารถช่วยให้เราห่างไกลจากโรคมะเร็งนี้ได้ไม่น้อยทีเดียว

การแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง

     เชื้อมะเร็งนั้นเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วใช่ว่าตัวเชื้อนี้จะหยุดนิ่งอยู่เฉยๆกับที่นะครับ เพราะว่าเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วนั้นเจ้าเชื้อมะเร็งตัวนี้มันจะกระจายไปตามจุดต่างๆของร่างกายเท่าที่มันสามารถจะไปได้ เพราะฉะนั้นหากใครตรวจพบแล้วก็อย่าได้นิ่งนอนใจว่าเราเป็นแค่ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 มันยังจิ๊บๆ ชิวๆ ไม่ใช่ระยะสุดท้ายซะหน่อย ระวังนะครับ!! เพราะเซลล์มะเร็งนั้นมันแพร่กระจายหรือลามไปเร็วมากนะครับ อย่าได้นิ่งนอนใจ ซึ่งการแพร่กระจายหรือการลุกลามของมะเร็งนั้นสามารถไปได้ 4 ทาง ได้แก่

  1. ทางกระแสเลือด โดยเชื้อมะเร็งนั้นหลุดและไหลไปตามกระแสเลือดไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย โดยอาศัยเลือดเป็นตัวพาเชื้อไปตามอวัยวะต่างๆ แล้วเมื่อมันไปหยุดอยู่ที่ใด ตรงนั้นแหละครับมันจะกลายเป็นมะเร็งทันที นี้เป็นเพียงช่องทางแรกก็น่ากลัวแล้วนะครับต่อไป
  2. ทางน้ำเหลือง เมื่อเชื้อมะเร็งได้ผ่านเข้ามาสู่น้ำเหลืองแล้ว เชื้อดังกล่าวก็จะไปเติบโตอยู่ที่ต่อมน้ำเหลือง (มะเร็งต่อมน้ำเหลือง) และสามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังกระแสเลือดได้อีก
  3. แพร่ไปตามพื้นผิวของอวัยวะที่เซลล์มะเร็งฝังตัว หรือจะให้พูดกันเข้าใจง่ายๆ นั้นก็คือมันลามไปเรื่อยๆตามจุดใดก็ตามที่มันฝังตัวอยู่ ซึ่งการแพร่แบบนี้จะทำให้เซลล์มะเร็งนั้นขยายตัวใหญ่มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จัดเจนมากกับผู้ที่เป็น มะเร็งเต้านม 
  4. การฝังตัวของเซลล์มะเร็ง โดยการหลุดแล้วไปอยู่ในบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
     การแพร่ตัวของเซลล์มะเร็งนั้นอันตรายมากๆ เพราะยิ่งผู้ที่เป็นโรคมะเร็งนั้นเข้าสู่ภาวะของมะเร็งในระยะสุดท้ายแล้วนั้น การแผร่กระจายตัวของมะเร็งจะทำให้ผู้ป่วยนั้นเสียชีวิตได้ในที่สุด

การแพร่กระจายตัวของเซลล์มะเร็ง




Read More »