• มะเร็งกับโภชนาบำบัด

    ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อนำไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ว่าอาหารนั้นก็มีหลากหลายชนิด ซึ่งบางอย่างก็มีประโยชน์กับเราอย่างมากมาย...

  • การตวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

    เป็นวิธีการง่ายๆ ที่คุณผู้หญิงสามารถตรวจสอบ มะเร็งเต้านม ได้ด้วยตัวเอง โดยทุกท่าจะต้องบิดลำตัวไปทั้งทางซ้ายและขวาเพื่อที่จะสามารถสังเกตุ...

  • มะเร็งเต้านม [Breast cancer]

    มะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย โดยพบมากเป็นอันดับ 2 รองจาก มะเร็งปากมดลูกl...

  • มารู้จักกับมะเร็งชนิดต่างๆกันดีกว่า

    มะเร็งนั้นเกิดขึ้นได้ในหลายๆจุดของร่างกาย จนเรียกว่าแทบจะทุกส่วนเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละจุดนั้นก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป...

  • มารู้จักกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Lymphoma

    มะเร็งชนิดนี้ถือว่าเป็นมะเร็งที่อันตรายชนิดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะ อาจจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ...

ไว้อาลัยแด่ "พี่เป้า-สายัณห์" ผู้จากไปด้วยโรคมะเร็ง

1 ความคิดเห็น
มะเร็งร้ายคร่าชีวิตพี่เป้าขสายัณห์


เนื่องจากนั่งทำงานอยู่ไม่มีเวลาได้ดูข่าวเลย ปรากฎว่าเข้าไปในเฟสบุ๊คเมื่อ 10 นาทีที่ผ่านมา (19.34 น.) ก็พบกับข่าวที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการเสียวิตอย่างกระทันหันของ "พี่เป้า-สายัณห์" เพราะตลอดเวลาที่ผมไม่มีเวลาได้นั่งอัพเดทข้อมูลต่างๆ ในเว็บนั้นผมก็ได้ติดตามข่าวอาการของพี่เป้ามาตลอด ผมเลยขออณุญาติเอาข่าวจาก เดลินิวส์มาลงไว้ก่อนละกันนะครับ

จากกรณี นายสายัณห์ ดีเสมอ หรือ สายัณห์ สัญญา นักร้องลูกทุ่งชื่อดังเข้ารักษาตัวด้วยอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับที่มีอาการทรงและทรุด โดยมีแพทย์คอยช่วยเหลือ  ที่ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลธนบุรี ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา  11.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ ห้องประชุมอาคาร 4 รพ.ธนบุรี นพ.ประสิทธิ์ เจียรกุล ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.ธนบุรี ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้  และ นพ.วชิรบุณย์ ศาสตระรุจิ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ แถลงข่าวความคืบหน้าถึงอาการของ เป้า-สายัณห์ ว่า คนไข้ไม่มีไข้ แต่มีอาการซึม แร่ธาตุผิดปกติ ผลเจาะเลือดออกมามีค่าความเหลืองมากอยู่ในระดับ 4 บวก ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุด ไม่บวม น้ำในช่องท้องไม่มาก สามารถปัสสวะได้เยอะ 500 ซีซี บางทีจะมีเสียงครางนิดหน่อย ซึ่งสาเหตุของอาการซึมมาจากการทำงานของตับและไต

อย่างไรก็ตามระหว่างที่แถลงข่าวอยู่นั้น มีโทรศัพท์ เข้ามา ทำให้ นพ.ประสิทธิ์ลุกไปจากห้องแถลงข่าว ทำเอาสร้างความสงสัยให้กับนักข่าวเป็นอย่างมาก นักข่าวจึงได้ตามขึ้นไปที่บริเวณหอผู้ป่วยเพรสซิเด้นท์ แต่แพทย์ยังไม่บอกความผิดปกติอะไร จากนั้นก็กลับมาที่ห้องประชุมเพื่อแถลงข่าวต่ออีกครั้ง

นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อสักครู่ได้รับรายงานว่า การหายใจของผู้ป่วยช้าลง มีเสมหะติด ให้รีบขึ้นไปดู ซึ่งคิดว่าที่หายใจผิดปกติน่าจะมาจากท่านอนหงาย อาจทำให้หายใจลำบาก เลยจับให้นอนตะแคง ก็ดูดีขึ้น ค่าระดับอ็อกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็ได้ปรึกษากับญาติแล้วว่าถ้าจะย้ายเข้าไอซียู ก็คงจะไม่ทำการใส่เครื่องช่วยหายใจ หรือเครื่องอื่น ๆ แล้ว เพราะไม่ช่วยอะไรในการรักษา ไม่มีประโยชน์ ก็ให้ญาติตัดสินใจดูอีกครั้ง

ไว้อาลัยแด่พี่เป้า-สายัณห์


ภายหลังจากที่แพทย์แถลงอาการจบ นายมานิตย์ อังกินันท์ ก็เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ได้รับแจ้งจากลูกสาวว่าพ่อร้องไห้ครวญ น้ำลายยืด มีเสมหะติดในคอ ไม่รู้สึกตัว และพี่เป้าเองก็มีการดึงสายอ็อกซิเย่นออกแล้วก็ร้องไห้ตลอดเวลา เหมือนไม่อยากอยู่แล้ว แต่เมื่อคืนก็ถามแกแล้วว่าไหวไหม จะให้ยื้อไหม แกก็พยักหน้า ตอนนี้ทางญาติ ๆ ก็ได้ทำใจไว้แล้ว ลูกสาวที่เฝ้าอยู่ ก็ติดต่อน้อง ๆ ให้รีบมาโรงพยาบาลด่วน

ต่อมาเวลา 12.35 น. ผู้สื่อข่าวก็ได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า ขุนพลเพลงลูกทุ่ง สายัณห์ สัญญา นั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเวลา 12.30 น. โดย นพ.ประสิทธิ์ ได้เปิดเผยบริเวณหน้าห้องพักว่า คนไข้เสียชีวิตเพราะการหายใจผิดปกติ มีการกลั้นหายใจด้วยตัวเองด้วย คนไข้ไปเฉย ๆ ไม่แสดงอาการเจ็บปวดใด ๆ และได้ทำความเข้าใจกับญาติแล้วว่าจะไม่มีการปั้มหรือใส่เครื่องช่วยหายใจ ณ เวลานี้บอกได้ว่า เสียชีวิตแน่นอนแล้ว

ด้าน นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยา เปิดเผยทั้งน้ำตานองหน้าว่า พี่เป้ามีความดันผิดปกติและต่ำลงเรื่อย ๆ ก็อยู่กับเขาและพูดกับเขาตลอดว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ปิ๋มกับลูกจะทำให้ดีที่สุด จะดูแลลูกให้ดีที่สุด ก็บอกให้เขาทำสมาธิจนหมดลม ตนก็ทำสมาธิไปพร้อมกับเขา ไม่ได้มองหน้าเขา แต่ก็พูดคุยกับเขา แต่พยาบาลบอกว่าเห็นเขาลืมตา ทำสมาธิและจากไปอย่างสงบไม่พูดอะไร พวกเราก็ไม่คิดว่าเขาจะจากไปเร็วมาก เมื่อคืนยังเดินไปเข้าห้องน้ำเองได้อยู่เลย แต่วันนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จากนี้ไปก็คงจะทำบุญไปให้เขาในช่วง 7 วันนี้  ให้อนุโมทนาบุญ และทำพิธีทางศาสนาต่อไป ลูก ๆ เองก็เสียใจแต่ก็ทำใจไว้แล้ว ตอนที่เขายังอยู่เขาจะห่วงลูกมาก แต่ก็ให้กำลังใจเขาตลอดว่าไม่ต้องห่วงลูก ลูก ๆ เป็นคนดีทุกคน ปิ๋มจะดูแลลูกให้ดีที่สุด ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น

ด้าน นายมานิตย์ ผู้จัดการส่วนตัวเปิดเผยว่า “ตอนพี่เป้าไปแกไม่พูดอะไร ร้องไห้อย่างเดียว พี่เป้าได้สั่งไว้ว่าอยากจะไปอยู่กับแม่ของแก ที่วัดหนัง ซอยพาณิชย์ธน แต่ทีนี้วัดหนังรับแฟนเพลงได้น้อย ไปดูแล้วต้องย้ายไปวัดไร่ขิง ซึ่งกว้างกว่า แต่เสร็จแล้วจะมาปลูกเจดีย์ใหม่ไว้กับแม่แกหลังเดียวกันเลย ส่วนที่แกห่วงมากที่สุดคือลูกกับเมีย ทุกวันนี้พี่เป้าไม่มีบ้าน ไม่มีรถที่เป็นของตัวเอง ที่เป็นห่วงมากก็คือต้องหาซื้อบ้านให้ลูกให้ได้ เขาบอกว่าถ้าฉันเป็นอะไรไปต้องเป็นหน้าที่เธอนะที่ต้องดูแลต่อไป แล้วก็ฝากเรื่องพระในห้องพระให้บิ๊ก ลูกชายเป็นคนเก็บไว้ แล้วลูกสาวทุกคนก็ให้ผมหมั่นไปดูแลเวลามีบ้านแล้ว

สำหรับคอนเสิร์ตที่จะจัดในวันที่ 13 ก.ย. ที่จะค้นหาสิทธิ์ และคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย 14 ก.ย. นี้ยกเลิกหมด เพราะตอนนี้ก็คงไม่มีกำลังใจในการจัดงาน และต้องอยู่ที่งานศพกันตลอด ไม่สามารถจะไปไหนได้ และก็เป็นไปได้ที่อาจจะย้ายคอนเสิร์ตไปจัดที่วัดไร่ขิง

จากนั้นเวลา 16.15 น. ทางโรงพยาบาลได้นิมนต์พระวัดเครือวัลย์ มานำขบวนเคลื่อนย้ายศพจากห้องพัก 8108 ลงมายังห้องประชุมชั้น 1 เพื่อให้ญาติ เพื่อนสนิท และผู้สื่อข่าวได้รดน้ำศพนักร้องคนดัง ส่วนกำหนดการเคลื่อนย้ายศพไปยังวัดไร่ขิงนั้น จะทำเวลา 10.39 น. วันที่ 12 ก.ย. 56 ส่วนจะสวดกี่วันนั้นจะต้องปรึกษากันอีกที

ทั้งนี้ทางฝ่ายญาติของนักร้องชื่อดังแจ้งว่า จะเปิดโอกาสให้ ประชาชนแฟนเพลงเข้าร่วมรดน้ำศพที่วัดไร่ขิงเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ก.ย. เป็นต้นไป

ขอขอบคุณข่าวจาก : http://www.dailynews.co.th/entertainment/232289

Read More »

มะเร็งกับโภชนบำบัด

1 ความคิดเห็น
   
โภชนบำบัด
   
   ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อนำไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ว่าอาหารนั้นก็มีหลากหลายชนิด ซึ่งบางอย่างก็มีประโยชน์กับเราอย่างมากมาย ตรงกันข้าวกับอาหารบางชนิดหากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากเกินไป ก็เป็นโทษอย่างมากกับตัวคุณ ดังนั้นอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็เป็นดาบ 2 คม ที่มีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกทานอย่างไรนั้นเอง

โภชนบำบัด


     โรคมะเร็งก็เป็นโรคหนึ่งที่มีสาเหตุอันเนื่องมาจากอาหารการกิน อย่างที่หลายๆคนรู้กันอยู่ ถือได้ว่าเป็นสาเหตุในอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ แต่อีกปัจจัยหนึ่งอาหารก็ช่วยบำรุงร่างกาย และเชื่อว่ายังสามารถรักษาหรือยับยั้งโรคมะเร็งด้วยการกินอาหารอีกด้วย แน่นอนว่าการกินอาหารให้เกิดโรคกับกินอาหารเพื่อรักษาโรคมีความแตกต่างกันอยู่ ทั้งปริมาณของอาหารที่ทานและประเภทของอาหาร

     ความจริงแล้วอาหารทุกอย่างล้วนเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น หากเราเลือกทานอย่างพอดี เช่น น้ำมัน ถูกคนรู้ว่าในน้ำมันนั้นจะมี ไขมัน อยู่ แต่หากเราทานในปริมาณมากๆ และยิ่งเป็นน้ำมันจากสัตว์ก็จะเป็นโทษต่อร่างกายแน่ๆ แต่หากเราเลือกที่จะทานน้ำมันจากพืช ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก และทานในปริมาณที่พอดีก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะว่าไขมันจากพืชนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ในการช่วยละลายวิตามินที่ละลายในไขมัน ซึ่งหากเราไม่ทานไขมันเลย ร่างกายของเราก็จะขาดไขมันบางตัว นอกจากนี้ไขมันยังช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอด้วย

โภชนบำบัด


     ดังที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าอาหารแทบทุกชนิดนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงแต่ว่าเราจะต้องเลือกทานให้ถูกวิธี ถูกหลัก และถูกต้องเท่านั้น ทานในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ซึ่งในบทความต่อๆไป ผมจะพูดถึงอาหารที่ช่วยในการรักษา ยับยั้ง และป้องกันโรคมะเร็ง ในทุกๆส่วนของร่างกาย แต่ในทางการแพทย์ก็ไม่สามารถรับรองหรือยืนยันว่ายับยั้งหรือช่วยรักษาได้ 100% แต่บางอย่างก็มีการค้นคว้าวิจัย ซึ่งได้ผลออกมาเป็นที่พอใจ แต่หากว่าเราทานอาหารที่ช่วยป้องกันหรือยับยั้งเป็นประจำ และทานอย่างถูกวิธี เชื่อว่าโรคมะเร็งนั้นจะไม่มาย่างกรายเราแน่นอน ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันและรักษาโรคมะเร็งแล้ว ยังช่วยบำรุงร่างกายของเราให้แข็งแรงอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : women.thaiza.com, www.heart.kku.ac.th

Read More »

มารู้จักกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Lymphoma

5 ความคิดเห็น
     มะเร็งชนิดนี้ถือว่าเป็นมะเร็งที่อันตรายชนิดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะ อาจจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น ตับ ม้าม ทางเดินหายใจ หรือระบบประสาทนั่นเอง ซึ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้สามารถเป็นได้ทั้งในผู้ใหญ่ วัยชรา หรือแม้จะเป็นวัยเด็กก็ตาม


มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คืออะไร ?


     มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือเนื้องอกของระบบน้ำเหลืองในร่างกาย ระบบน้ำเหลือง(Lymphatic System) จัดเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบไปด้วยอวัยวะน้ำเหลือง อันได้แก่ ม้าม และไขกระดูก ภายในอวัยวะเหล่านี้ จะเต็มไปด้วยน้ำเหลือง ซึ่งมีหน้าที่นำสารอาหาร และเซลล์เม้ดเลือดขาว (Lymphocyte) ไปทั่วร่างกาย ความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวเหล่านี้ ทำให้เกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขึ้น

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 

1. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ( Hodgkin Lymphoma)
   จัดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่พบได้น้อยกว่า และมีลักษณะเฉพาะคือ พบ Reed-sternberg cell ซึ่งไม่พบในมะเร็งต่อน้ำเหลืองชนิดอื่น

ในแต่ละปีมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน 62,000 คนทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 60% และเป็นผู้หญิง 40 %

โดยเฉลี่ยในแต่ละปี ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน 25,000 คน

2. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma)
   มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 30 ชนิดย่อย ถ้าอาศัยการเจริญของตัวมะเร็งแล้ว จะสามารถแบ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กินออกได้ 2 ชนิด คือ
1. ชนิดค่อยเป็นค่อยไป (Indolet) มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จะมีอัตราการแบ่งตัวของมะเร็งค่อนข้างช้า แต่มะเร็งชนิดนี้มักจะไม่หายขาดด้วยการรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน
2. ชนิดรุนแรง (Aggressiv) มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ จะมีอัตราการแบ่งตัวของมะเร็งเร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ภายใน 6 เดือน ถึง 2 ปี ข้อแตกต่างจากมะเร็งชนิดค่อยเป็นค่อยไปคือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรงมีโอกาสหายหาดจากโรคได้ ถ้าได้รับการรักษา

ในแต่ละปี มีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน 286,000 คนทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 58% และเป็นผู้หญิง 42%


สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

   1.สาเหตุทางฟิสิกส์  : การกำเนิดของเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการดูดซึมรังสี โดยการที่ได้รับการแผ่รังสีในจำนวนที่มากเกินไปจะช่วยส่งเสริมให้เนื้องอกต่อมน้ำเหลืองในร่างกายของคนมีโอกาสกำเนิดได้มากขึ้น
   2.สาเหตุทางเคมี  : วัตถุทางเคมีต่างๆเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง เช่น สารเคมีปราบศัตรูพืชและน้ำยาโกรกผมเป็นต้น
   3.สาเหตุจากภูมิคุ้มกันโรค  : ผู้ที่ประสิทธิภาพความสามารถในภูมิคุ้มกันโรคลดลง เช่น โรคเอดส์ การย้ายอวัยวะ โรคปวดข้อต่างๆเป็นต้น
   4.สาเหตุจากกรรมพันธุ์  : การเกิดเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองแบบร้ายนั้นมีความชัดเจนที่เกิดขึ้นมาจากกรรมพันธุ์ทางครอบครัว เช่น พี่น้องหรือผู้ที่เป็นเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองพร้อมกัน
   5.สาเหตุจากไวรัส  : การติดต่อจากไวรัส เช่น ไวรัสHTLV HIV EBเป็นต้น

     นอกจากนี้ ผู้ที่มีร่างกายเป็นกรดในระยะเวลานานก็มีโอกาสมากที่จะทำให้เซลส์ต่อมน้ำเหลืองกลายเป็นมะเร็งได้ ช่วงวัยอายุของผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นเนื้องอกต่อมน้ำเหลือง

     จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องพบว่า เฉลี่ยแล้วทุกๆเก้านาทีของทั้งคนโลกสามารถค้นพบเคสเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองเป็นใหม่ได้หนึ่งเคส หนึ่งในนั้นผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง20-40ได้มีจำนวนมากขึ้น นี่เป็นเพราะช่วงอายุนี้เป็นช่วงอายุที่หลอดน้ำเหลืองนั้นมีความแอ๊คทีฟอย่างมาก จึงทำให้ความเซ็นซิทีฟที่มีมากกว่าปกติของหลอดน้ำเหลืองนี้ทำให้คนวัยรุ่นมีโอกาสความเสี่ยงที่จะเป็นเนื้องอกต่อมน้ำเหลืองมากที่สุด


อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

     เนื่องจากอาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถพบได้ในหลายภาวะ เช่น การติดเชื้อ ดังนั้นจึงมีผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง แต่โดยทั่วไปอาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมักจะกินเวลานาน และไม่สามารถอธิบายได้จากสาเหตุอื่น 

อาการเริ่มต้นของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่พบได้บ่อย
- การพบก้อนที่บริเวณต่าง ๆของร่างกาย เช่น ที่คอ รักแร้ หรือ ขาหนีบ โดยก้อนที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น มักไม่เจ็บต่างจากการติดเชื้อที่มักมีอาการเจ็บที่ก้อน
- ไข้ หนาวสั่น
- มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน
- เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
- อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ไอเรื้อรัง และหายใจไม่สะดวก
- ต่อมทอนซิลโต
- อาการคันทั่วร่างกาย
- ปวดศีรษะ (พบในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระบบประสาท)

อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระยะลุกลาม
* ในผู้ป่วยบางราย จะพบอาการปวดที่ต่อมน้ำเหลือง หลังการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
* ในรายที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองภายในช่องท้อง จะพบอาการแน่นท้อง หรืออาหารไม่ย่อยได้

ต่อมน้ำเหลืองที่โตจะมีผลกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น หลอดเลือด หรือเส้ประสาท อาจทำให้เกิดอาการชา หรือ ปวด ตามแขนขาได้

การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

     ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจะมีอายุตั้งแต่ 56 ปีขึ้นไป และจะเป็นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กร้อย ซึ่งก็เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่หากเราตรวจพบเร็วเท่าไหรก็จะทำให้มีโอกาสรักษาให้หายได้ ต่างกันอยู่ที่ว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจจะมีพบกระทบต่ออวัยวะในส่วนอื่นๆของร่างกาย และอาจจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : www.cancer.gov


Read More »

มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง Colon Cancer

1 ความคิดเห็น
     มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง เป็นมะเร็งที่พบมากทั้งในเพศชายและเพศหญิงเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้มีการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตผิดปกติ โดยพบมากในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งสาเหตุของการเกิดนั้นยังไม่พบแน่ชัด




โครงสร้างของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก



ระบบทางเดินอาหารเริ่มตั้งแต่ช่องปาก [oral cavity] หลอดอาหาร [esophagus] กระเพาะอาหาร[stomach] ลำไส้เล็ก [jejunum] ส่วนลำไส้ใหญ่เริ่มตั่งแต่ ascending colon, transverse colon,descending colon,sigmoid colon ไปสิ้นสุดที่ ทวารหนัก rectum และเปิดที่รูทวาร anus หน้าที่ของลำไส้ใหญ่คือกักอาหารที่เหลือจากการดูดซึม ลำไส้ใหญ่ยาวประมาณ 6 ฟุต ส่วน rectum ยาว 8-10 นิ้ว



สาเหตุหรือปัจจัยของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง

     สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในโครโมโซมของเซลล์เยื่อบุลำไส้ ซึ่งเกิดจากสาเหตุส่งเสริมต่าง ๆ กัน คือ
     1. มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ส่วนมากเป็นมาแต่กำเนิด เมื่ออายุมากขึ้นจะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้
     2. ประวัติมะเร็ง  : ถ้าผู้ป่วยเคยมีประวัติเป็นมะเร็งรังไข่ มดลูก เต้านม หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง จะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้มากกว่าคนปกติ
     3. การอักเสบเรื้อรังของลำไส้ใหญ่  : โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นมะเร็งได้
     4. อาหาร  : ประเภทเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงและมีไขมันสูง 
     5. ท้องผูก  : ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ทำให้ของเสียหรือสารก่อมะเร็งค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลานาน



อาการที่จะแสดงของมะเร็งลำไส้ใหญ่

     ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการแสดงความผิดปกติของการขับถ่ายอุจจาระ คือ มักจะมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นมูกหรือมูกปนเลือดเก่า ๆ ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระมีขนาดเล็กหรือบางลง ซีด อ่อนเพลีย บางรายอาจจะมาด้วยอาการลำไส้อุดตัน น้ำหนักลดลงมากผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ และปวดเบ่งบริเวณทวารหนัก

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง

     สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยขั้นตอนการตรวจ ดังนี้ การตรวจหาเลือดในอุจจาระ การตรวจทวารหนัก การตรวจเอกซเรย์ลำไส้ด้วยสารทึบแสง และการส่องกล้องตรวจลำไส้และตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์

วิธีการตรวจค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงในระยะแรก

     ถึงแม้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงจะพบมากเป็นอันดับต้น ๆ ของมะเร็งก็ตาม แต่ก็สามารถทำการตรวจค้นหาได้ตั้งแต่ในระยะแรกซึ่งจะมีผลการรักษาที่ดีมาก ประชาชนจึงควรมารับการตรวจค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ด้วยการ ตรวจหาเลือดในอุจจาระในผู้ที่มีอายุ ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป เป็นประจำทุกปี สำหรับผู้ที่มีประวัติญาติใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง หรือเคยเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงในลำไส้ ควรรับการส่องกล้องตรวจลำไส้เป็นประจำทุก 1 - 10 ปี

วิธีการรักษา

     วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาวะร่างกายของผู้ป่วย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยในระยะแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการผ่าตัด การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มี 3 วิธี คือ

     - การผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีการรักษาหลัก โดยการตัดลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็งรวมทั้งเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงออกจากนั้นนำลำไส้ส่วนที่ดีมาต่อกัน ส่วนมะเร็งลำไส้ตรงที่อยู่ใกล้ทวารหนักอาจจำเป็นต้องตัดทวารหนักออก และทำทวารเทียมในบริเวณหน้าท้องของผู้ป่วย ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระผ่านทางหน้าท้องและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

     - การให้ยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียง หรือมีเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง จำเป็นต้องได้รับเคมีบำบัดหลังจากการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสของการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง
     - การฉายรังสีรักษา ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ตรงและทวารหนักบางรายอาจจะให้การรักษาด้วยรังสีรักษาก่อนหรือหลังการผ่าตัด

วิธีติดตามผลการรักษา

     การติดตามผลการรักษานอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้ว แนะนำให้เจาะเลือดเพื่อหาระดับสารบ่งชี้มะเร็งในเลือด คือ carcinoembryonic antigen (CEA) การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ รวมถึงการถ่ายภาพรังสีปอดและตรวจตับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง(อัลตร้าซาวน์) อย่างสม่ำเสมอ
   

วิธีการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง : สามารถป้องกันได้โดย

     1. ควรรับประทานอาหารครบทุกหมู่ และควบคุมระบบขับถ่ายให้ถูกต้อง
     2. รับประทานผัก ผลไม้เป็นประจำ 
     3. หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ส่วนที่ไหม้เกรียม จากการปิ้ง ย่าง ทอด รมควัน
     4. ลดอาหารประเภทไขมันสูง
     5. ผู้ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ควรได้รับการตรวจหาเลือดในอุจจาระทุกปี หรือส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทุก 10 ปี
     6. ผู้ที่มีบิดา มารดา ญาติพี่น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ ควรได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ทุก 1 - 10 ปี

   
         มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้นการตรวจเพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงจึงเป็นสิ่งสำคัญซึ่งสามารถทำได้ง่าย รวมทั้งปฏิบัติตัวเพื่อเป็นการป้องกันโรค หากพบความผิดปกติของระบบขับถ่ายควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป



Read More »

มะเร็งต่อมลูกหมาก Prostate Cancer

1 ความคิดเห็น

     ก่อนหน้านี้เราพูดถึง มะเร็งปากมดลูก ที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงกันไปแล้ว ทีนี้เรามาพูดถึงมะเร็งที่เป็นเฉพาะในผู้ชายกันบ้าง  มะเร็งต่อมลูกหมากนั้นเป็นมะเร็งที่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป โดยสาเหตุนั้นไม่อาจะทราบแน่ชัดได้

ต่อมลูกหมากคืออะไร ?
          ต่อมลูกหมาก เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์ชาย อยู่ติดกับกระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น ต่อมลูกหมากมีลักษณะคล้ายลูกเกาลัดขนาดใหญ่ มีหน้าที่สำคัญในการผลิตน้ำหล่อลื่นและหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ แต่ต่อมนี้ไม่ได้เป็นตัวสร้างตัวอสุจิเอง


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก
     สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากยังไม่มีใครทราบ แต่เท่าที่วิจัยได้พบว่าความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้แก่


  • อายุ  : มะเร็งต่อมลูกหมากพบในผู้ป่วยอายุมากกว่า 50ปีขึ้นไป อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 70 ปี
  • กรรมพันธุ์  : พบว่าชายที่มีพ่อ หรือพี่น้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าคนทั่วไป
  • เชื้อชาติ  : พบไม่บ่อยในชาวเอเชียแต่พบบ่อยในอเมริกา
  • อาหาร  : พบว่าผู้ที่บริโภคอาหารจำพวกไขมันจากสัตว์มากมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนผู้ที่บริโภคผักและผลไม้จะลดโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากผู้ที่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ฮอร์โมน  : หลายคนเชื่อว่าฮอร์โมนเพศชายจะเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์มะเร็งของต่อมลูกหมากมีการเจริญเติบโตมากขึ้น
  • การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก โดยการที่แพทย์ใส่ถุงมือ ใช้ vaslin หล่อลื่นนิ้วมือ แล้วตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนักเพื่อดูว่ามีก้อน หรือขนาดโตขึ้น
  • การตรวจหาสาร PSA ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่ผลิตโดยต่อมลูกหมาก ค่าจะสูงในโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก  ค่าปกติจะน้อยกว่า 4 nanogram ค่าอยู่ระหว่าง 4-10 nanogram ค่านี้อยู่ระดับปานกลางถ้าค่ามากกว่า 10 ถือว่าสูงค่ายิ่งสูงโอกาสเป็นมะเร็งก็จะสูง นอกจากนี้ยังพบว่าค่า PSA สูงพบได้ในโรค ต่อมลูกหมากโต การอักเสบของต่อมลูกหมาก ค่ามักจะอยู่ระหว่าง 4-10 nanogram 


     ยังไม่พบหลักฐานว่าการทำหมันชายทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมากขึ้นขณะนี้กำลังศึกษาว่า ต่อมลูกหมากโต คนอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การเจอรังสี การติดเชื้อไวรัสบางชนิดเป็นสาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ เท่าที่มีหลักฐานยังไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว


ลักษณะอาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก 
     อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งของต่อมลูกหมาก แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
     1. กลุ่มที่ไม่มีอาการใด ๆ ผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆที่เกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากเลย ตรวจพบจากการตรวจร่างกายประจำปี ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักวินิจฉัยโรคได้ในระยะเริ่มต้น เมื่อได้รับการรักษาแล้วจะสามารถหายขาดจากโรคได้
     2. กลุ่มที่มีอาการเกี่ยวข้องกับโรคต่อมลูกหมากโต ผู้ป่วยมักมีอาการปัสสาวะที่ผิดปกติ ทำให้มาพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เมื่อผ่านการตรวจอย่างละเอียดอาจพบว่าเกิดจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมากทางท่อปัสสาวะ เพื่อแก้ไขภาวะต่อมลูกหมากโต และพบมะเร็งจากการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา 
     3. กลุ่มที่มีอาการของมะเร็งโดยทั่วไป ได้แก่อาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดเมื่อยตามร่างกาย และกระดูก อาการเหล่านี้เป็นผลจากการลุกลามของมะเร็ง ผู้ป่วยในระยะนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาจะทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นและอาจป้องกันการลุกลามของมะเร็งได้

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากควรตรวจอะไรบ้าง
     เนื่องจากมะเร็งในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ การตรวจเพื่อให้ได้ผลในระยะเริ่มต้น จึงมีความสำคัญ โดยทั่วไปแล้วผู้ชายที่มี อายุ 50 ปีขึ้นไป ถึงแม้จะไม่มีอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะใดๆควรจะไปรับการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากจากแพทย์ และหากมีประวัติญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรจะมารับการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากทุกปี ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป
หากการตรวจดังกล่าวพบว่าผิดปกติก็จะต้องตรวจเพิ่มเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก 
     การเลือกวิธีการรักษาขึ้นกับผลการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ระยะของโรค อายุของผู้ป่วย รวมทั้งการประเมินสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก 
     ผู้ป่วยระยะนี้ ยังไม่มีการกระจายของมะเร็งไปนอกต่อมลูกหมาก อาจทำการรักษาได้ 2 วิธี คือ
     1. การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด ( Radical Prostatectomy ) เป็นการผ่าตัดใหญ่เพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด เป็นวิธีการที่สามารถทำให้หายจากโรคได้ ผู้ป่วยที่ผ่าตัดได้สำเร็จจะมีพยากรณ์โรคดีมาก มะเร็งในระยะที่ 1 จะมีอัตราการรอดชีวิตใน 10 ปีสูงถึงร้อยละ 80 ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยทั่วไปไม่นิยมผ่าตัดในผู้ป่วยอายุมากกว่า 70 ปี ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังผ่าตัด ได้แก่ การสูญเสียสมรรถภาพทางเพศ ท่อปัสสาวะตีบ และปัสสาวะเล็ด เป็นต้น
     2. การฝังรังสี ( Brachytherapy) เป็นการรักษาแบบใหม่ โดยการฝังแท่งรังสีขนาดเล็กมากเข้าไปที่ต่อมลูกหมากผ่านผิวหนังบริเวณฝีเย็บ เป็นการรักษารูปแบบใหม่มีใช้จำกัดในโรงพยาบาลบางแห่ง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก มีข้อดีคือ อาจลดอุบัติการณ์ของการสูญเสียสมรรถภาพทางเพศหลังการรักษาได้ 
     3. การผ่าตัดโดยใช้กล้อง ( Laparoscopic radical Prostatectomy) เหมือนการผ่าตัดแบบ radical prostatectomy แต่ใช้กล้องแทน ได้ผลดีไม่แตกต่างกัน

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะลุกลาม
     มะเร็งในระยะนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษามีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งการลุกลามเพิ่มขึ้นของมะเร็ง รักษาอาการปวดที่เกิดจากมะเร็ง และคงสภาพคุณภาพชีวิตปกติของผู้ป่วยให้มากที่สุด การพยากรณ์โรคหลังการรักษาด้วยวิธีนี้ยังดีมากเมื่อเทียบกับมะเร็งอื่นที่พบในเพศชาย เช่น มะเร็งปอด ตับ และลำไส้ใหญ่ การรักษามีหลักการที่สำคัญคือ การลด ยับยั้งหรือทำลายแหล่งผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญของมะเร็งต่อมลูกหมาก มี 2 วิธีการคือ
     1. การผ่าตัดเพื่อเอาอัณฑะออก เป็นการผ่าตัดเล็ก ได้ผลดี และเร็ว
     2. การใช้ยาฉีดหรือกิน เพื่อยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย ยาส่วนใหญ่มีราคาแพง แต่ได้ผลการรักษาดีเท่ากับการผ่าตัดเอาอัณฑะออก แต่มีข้อเสียคือ ต้องฉีดหรือกินตลอดไป






Read More »

มะเร็งปากมดลูก [Cervix Cancer]

0 ความคิดเห็น

มะเร็งปากมดลูก  มะเร็งตัวร้ายที่ผู้หญิงเกลียดและกลัวมากที่สุด และเป็นมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นกันมากที่สุดของมะเร็งในสตรีไทย และพบมากในช่วงอายุ 35-60 ปี แต่มะเร็งปากมดลูกสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็งด้วยการทำแปปสเมียร์ โดยการเก็บเอาเซลล์เยื่อบุบริเวณปากมดลูกไปตรวจหาเซลล์มะเร็งโดยการตรวจภายใน ซึ่งการรักษาจะได้ผลดีมาก หากเป็นมะเร็งที่ตรวจพบในระยะแรก

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้มีดังนี้

  • มีคู่นอนมากกว่า 1 คน
  • การมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 18 ปี
  • มีโรคเรื้อรัง หรือโรคที่ทำใหเ้ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง
  • เคยเป้นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
  • เคยมีความผิดปกติของปากมดลูก
  • สูบบุหรี่ เป็นต้น

มะเร็งปากมดลูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

1. มะเร็งปากมดลูกชนิดเยื่อบุพื้นผิว (squamous cell carcinoma) 
     ซึ่งอยู่ตรงพื้นผิวด้านนอกของปากมดลูก เป็นชนิดที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ เวลาพูดถึงมะเร็งปากมดลูกก็มักจะหมายถึงมะเร็งชนิดนี้ สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า human papilloma virus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลเดียวกันที่ทำให้เกิดโรคหูดและหงอนไก่ แต่เป็นคนละสายพันธุ์ย่อย ไวรัสชนิดนี้ติดต่อโดยทางเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงที่จะเป็นมะเร็งชนิดนี้จะมีประวัติการแต่งงานหรือมีเพศสัมพันธ์แล้วติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจากคู่สัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว เชื้อไวรัสจะเข้าไปทำให้เซลล์เยื่อบุพื้นผิวปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลง จนค่อยๆ กลายพันธุ์เป็นมะเร็ง โดยใช้เวลานานเป็นสิบๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ ภาวะทุพโภชนาการ การติดเชื้ออื่นๆ ร่วมด้วย ภูมิต้านทานต่ำ (เช่น ติดเชื้อเอชไอวี) การกินยาเม็ดคุมกำเนิดติดต่อกันนานๆ เป็นต้น มะเร็งชนิดนี้มักพบในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์หรือแต่งงานตั้งแต่อายุน้อย (ต่ำกว่า ๑๘ ปี), มีคู่นอนหลายคน (เช่น หญิงบริการ, แต่งงานหลายครั้ง), มีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็อาจพบในผู้หญิงที่มีสามีคนเดียว ถ้าหากสามีเคยมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นและติดเชื้อไวรัส HPV มาแพร่ให้ภรรยา

2. มะเร็งปากมดลูกชนิดต่อมเมือก (adenocarcinoma) 
     เป็นมะเร็งที่กลายพันธุ์มาจากเซลล์ต่อมเมือก ซึ่งอยู่บนพื้นผิวด้านในของปากมดลูก ตรงบริเวร ๒ ข้างของช่องทางเข้าของปากมดลูก มะเร็งชนิดนี้พบได้ค่อนข้างน้อย สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ยังไม่ทราบ จะพบในหญิงอายุน้อย (ประมาณ ๓๐ ปี) และพบในคนที่ไม่ได้แต่งงาน

Low-grade SIL หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเริ่มแรกของ รูปร่าง ขนาด และจำนวน บางครั้งอาจหายไปเองแต่ก็มีจำนวนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็น High-grade SIL บางครั้งเรียก mild dysplasia
High-grade SILหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุมดลูกที่เปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน ถ้าเซลล์อยู่เฉพาะปาดมดลูกเรียก moderate or severe dysplasia

มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เป็นชนิด Squamous cell ประมาณร้อยละ 80%ถึง 90% ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 20 จะเป็นชนิด Adenocarcinomas การเปลี่ยนแปลงจาก Precancerous เป็นมะเร็งใช้เวลาเป็นปี การรักษาตั้งแต่ยังไม่เป็นมะเร็งจะป้องกันมิให้เกิดมะเร็ง

     อาการที่ทำให้ทราบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้น ก็อย่างเช่น มีเลือดออกมาจากช่องคลอด หลังมีเพศสัมธ์ มีเลือดปนมากับปกขาว หรือเลือดออกกะปริบกะปรอย โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่หมดประจำเดือนไปแล้ว ซึ่งหากว่าเป็นมะเร็งในระยะท้ายๆ นั้นก็อาจจะมีอาการปวดหลัง ขาบวม ถ่ายและปัสสาวะเป็นเลือดเป็นต้น





Read More »

การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

1 ความคิดเห็น
เป็นวิธีการง่ายๆ ที่คุณผู้หญิงสามารถตรวจสอบ มะเร็งเต้านม ได้ด้วยตัวเอง โดยทุกท่าจะต้องบิดลำตัวไปทั้งทางซ้ายและขวาเพื่อที่จะสามารถสังเกตรูปร่าง ลักษณะ ความผิดปกติของผิวหนังรอยบุ๋ม รอยนูนของเต้านมหรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ของเต้านมทั้ง 2 ข้าง โดยมีท่า ดังนี้


  1. ยืนหน้ากระจก
    • ปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย
    • ยกแขนทั้ง 2 ข้างเหนือศีรษะ
    • ท้าวเอว เกร็งอกเพื่อให้ผนังทรวงอกกระชับขึ้น
    • โค้งตัวมาข้างหน้าใช้มือทั้ง 2 ข้างท้าวเอว
  2. นอนราบ
    • นอนให้สบาย ตรวจเต้านมขวาให้สอดหมอนหรือม้วนผ้าใต้ไหล่ขวา
    • ยกแขนขวาเหนือศีรษะเพื่อให้เต้านมด้านนั้นแผ่ราบซึ่งจะทำให้คลำง่ายขึ้น โดยเฉพาะส่วนบนด้านนอกมีเนื้อหนามากที่สุด และมีการเกิดมะเร็งบ่อยที่สุด
    • ใช้กึ่งกลางตอนบนของนิ้วมือซ้าย ( นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ) คลำทั่วเต้านมและรักแร้ ที่สำคัญคือห้ามบีบเนื้อเต้านม เพราะจะทำให้รู้สึกเหมือนเจอก้อนเนื้อซึ่งความจริงไม่ใช่ และทำวิธีเดียวกันนี้กับเต้านมด้านซ้าย
  3. ขณะอาบน้ำ
    • สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดเล็กให้วางมือข้างเดียวกับเต้านมที่ต้องการตรวจบนศีรษะ แล้วใช้นิ้วมืออีกข้างคลำไปทิศทางเดียวกับที่ใช้ในท่านอน
    • สำหรับผู้ที่มีเต้านมขนาดใหญ่ ให้ใช้นิ้วมือข้างนั้นประคอง และตรวจคลำเต้านมจากด้านล่าง ส่วนมืออีกข้างให้ตรวจคลำเต้านมด้านบน

การดูแลเต้านม
  1. ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรเริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน
  2. ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการตรวจคือ 3 ถึง 10 วัน นับจากประจำเดือนหมด ส่วนสตรีที่หมดประจำเดือนให้กำหนดวันที่จดจำง่ายและตรวจในวันเดียวกันของทุกเดือน
  3. สำหรับผู้ที่มีญาติหรือคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
  4. หากพบสิ่งผิดปกติบริเวณเต้านม หรือรักแร้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีที่พบ

Read More »