• มะเร็งกับโภชนาบำบัด

    ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อนำไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ว่าอาหารนั้นก็มีหลากหลายชนิด ซึ่งบางอย่างก็มีประโยชน์กับเราอย่างมากมาย...

  • การตวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

    เป็นวิธีการง่ายๆ ที่คุณผู้หญิงสามารถตรวจสอบ มะเร็งเต้านม ได้ด้วยตัวเอง โดยทุกท่าจะต้องบิดลำตัวไปทั้งทางซ้ายและขวาเพื่อที่จะสามารถสังเกตุ...

  • มะเร็งเต้านม [Breast cancer]

    มะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย โดยพบมากเป็นอันดับ 2 รองจาก มะเร็งปากมดลูกl...

  • มารู้จักกับมะเร็งชนิดต่างๆกันดีกว่า

    มะเร็งนั้นเกิดขึ้นได้ในหลายๆจุดของร่างกาย จนเรียกว่าแทบจะทุกส่วนเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละจุดนั้นก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป...

  • มารู้จักกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Lymphoma

    มะเร็งชนิดนี้ถือว่าเป็นมะเร็งที่อันตรายชนิดหนึ่งเลยทีเดียว เพราะ อาจจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ...

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์ของผู้ป่วยมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

เสียภรรยาไปเพราะโรคมะเร็งปากมดลูก

0 ความคิดเห็น
          วันนี้ผมขอเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียภรรยาไปด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยวัย 65 ปี เขาคือ คุณคมคาย – อนันต์ อาณาวิริศ เล่าว่า ในขณะที่ภรรยายังมีชีวิตอยู่นั้นคุณคมคายได้อุทิศทั้งกายและใจปรนนิบัติดูแลภรรยาตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนานกว่า 11 เดือน จนถึงวาระสุดท้ายของภรรยา

ประสบการณ์เสียภรรยาด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก

          คุณอิ่มภรรยาป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก อัลไซเมอร์ และหัวใจ แค่เฉพาะค่ารักษามะเร็งเดือนหนึ่งต้องเสียค่ารักษาพยาบาลกว่า 300,000 บาท รวมค่ารักษาทุกโรคเบ็ดเสร็จก็เกือบๆ 10 ล้านบาท เพราะรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน อยากให้ภรรยาหายเป็นปกติไว้ แต่สุดท้ายกลับทำได้เพียงยื้อชีวิตไว้ได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น

          “ระหว่างที่รักษาทั้งครอบครัวช่วยกันดูแลควบคู่กับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันคือ ทำกับข้าวให้ทาน นวดตัว ร้องเพลงให้ฟัง และชวนกันสวดมนต์”

          สำหรับการนวดตัวนั้นคุณคมคายนวดเน้นที่บริเวณแขน แผ่นหลัง ขาและเท้า ประมาณ 15-30 นาที เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด เสมือนเป็นการบอกให้ภรรยาได้รับรู้ว่าเรารักและเป็นห่วงเขาอยู่เสมอ ส่วนลูกๆ จะคอยผลัดกันมานวดหรือสวดมนต์ให้ฟังในวันเสาร์-อาทิตย์ นอกจากนั้น คุณคมคายยังให้ญาติที่เป็นนักกำหนดอาหารวิชาชีพช่วยแนะนำเรื่องอาหารการกิน

          คุณคมคายเล่าต่ออีกว่า “ทั้งบ้านกินแต่ข้าวกล้อง ผักสดที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ทำน้ำเต้าหู้ดื่มเอง และพยายามเลิกใช้สารเคมีอันตรายทุกชนิด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ ผกซักฟอก เป็นต้น เพราะคิดว่าร่างกายของคุณอิ่มอ่อนแอมาก ทั้งจากการผ่าตัดและเคมีบำบัด ควรใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจากแหล่งที่เชื่อถือได้ สะอาด และปลอดภัยมากกว่า”

ประสบการณ์ผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก

          ด้วยความรักและใส่ใจอย่างละเอียดอ่อน คุณคมคายอาบน้ำ เช็ดตัว คอยป้อนข้าว จัดยาให้คุณอิ่มด้วยตัวเองทุกวัน และเพื่อไม่ให้คุณอิ่มเครียดจากการเผชิญ 3 โรคร้ายในคราวเดียว คุณคมคายถึงกับแอบไปเรียนร้องเพลง เพื่อที่จะได้ร้องเพลงไทยเดิมเพราะๆ ให้คุณอิ่มได้ฟังยามบ่ายและก่อนสวดมนต์เข้านอน

          “ลูกๆ จะคอยเปิดเพลงบรรเลงให้คุณอิ่มฟัง แต่ผมคิดว่าอย่างมากก็ฟังผ่านๆ หู แต่ถ้าคุณอิ่มได้ฟังจากปากคนร้องสดๆ คงจะได้รับความบันเทิงมากกว่า และเป็นจริงดังที่คาด เพราะแม้ขณะที่คุณอิ่มอ่อนเพลียจนลุกเดินไม่ไหว ยังหัวเราะไปกับเพลงเพี้ยนๆได้”

          ถึงแม้ว่าคุณอิ่มจะจากโลกนี้ไปแล้วแต่เชื่อเหลือเกินว่าความประทับเหล่านี้จะยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน จากประสบการณ์ที่ได้นำมาเล่าให้ผู้อ่านฟังทำให้เห็นอย่างหนึ่งได้อย่างชัดเจนเลย คือ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่จะทำให้ผู้ป่วยนั้นมีความสุข และมีกำลังใจที่สู้กับโรคมะเร็งปากมดลูก ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่ถ้าพลังใจเรามีอย่างล้นหลามยังไงก็สู้ไหวครับ

คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ โรคมะเร็งปากมดลูกได้ที่นี่เลย
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก www.cancer.gov , www.cheewajit.com


Read More »

ประสบการณ์จริงของผู้พิชิตมะเร็งเต้านม

1 ความคิดเห็น
ใครบอกว่า โรคมะเร็งเต้านม รักษาไม่ได้ เป็นแล้วตายอย่างเดียว ผมขอบอกเลยครับว่าไม่เป็นความจริง เรามาอ่านประสบการณ์ตรงของผู้หญิงคนนี้ครับ

คุณแข-ขนิษฐา พิศพุ่ม อายุ 40 ปี อดีตข้าราชการระดับ 8 ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งคุณแขมีเพื่อนเป็นหมอ บอกให้คลำเต้านมทุกครั้งเป็นประจำ แต่ไม่เคยทำตามเลย คุณแขได้เล่าว่า


"วันหนึ่ง อยู่ดีๆ คุณแม่บอกว่าให้พาไปตรวจสุขภาพ เลยไปตรวจพร้อมกับคุณแม่ปรากฏว่าพบมะเร็งเต้านมก้อนขนาด 6 เซนติเมตร วินาทีที่รู้นั้นไม่ได้กลัวตาย แต่เป็นห่วงคุณแม่กับลูกๆ สองคน เพราะคุณพ่อกับสามีเสียชีวิตไปแล้ว แขบอกคุณหมอว่าจะทำทุกวิธีเพื่อให้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด"

คุณแขเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดเต้านมทิ้งทั้งสองข้าง จากนั้นรักษาต่อด้วยการฉายแสง ขณะนี้ผ่านมาแล้วสองครั้ง

"คุณแขเข้ารับการรักษาครั้งที่ 1 รู้เลยว่าร่างกายอ่อนแอกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะผลข้างเคียงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย แล้วไม่ได้เป็นแค่วันเดียว เป็นนานกว่า 20 วันค่ะ แถมมีอาการเหนื่อยล้า หอบง่าย และเวียนศีรษะด้วย"

"เมื่อฉายรังสีรักษาครั้งที่สอง ผิวบริเวณที่ฉายแสงไหม้เป็นแถบ กลายเป็นสีคล้ำช้ำเลือด ช้ำหนอง รู้สึกปวดแสบปวดร้อน ทรมานและท้อใจแทบจะทนต่อไม่ไหว เพราะเหน็ดเหนื่อยกับผลข้างเคียงมาก คุณภาพชีวิตตกลงเรื่อยๆ ไหนจะค่ารักษาพยาบาลที่แพงเอามากๆ"

"ถึงจะท้ออย่างไร แต่คุณแขก็ได้รับกำลังใจจากคุณแม่และลูกๆ ซึ่งคุณแม่บอกว่าค่ารักษาพยาบาลหาเมื่อไรก็ได้ ตราบใดที่ยังมีแรง และเมื่อฟังดังนั้นคุณแขจึงตัดสินใจสู้สุดชีวิต ปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดทุกข้อ พร้อมกับปรับวิถีชีวิต โดยมากินอาหารสุขภาพ เช่น ถั่ว เต้าหู้ ข้าวกล้อง ผลไม้"


"คุณแขเล่าต่อว่า ระหว่างที่เข้ารับการฉายรังสีรักษา ปฏิวัติตนเองใหม่หมด คือ ให้แพทย์แผนปัจจุบันช่วย และดูแลตัวเองแบบธรรมชาติด้วย โดยนอนตั้งแต่สองทุ่ม ตื่นตีห้าพร้อมคุณแม่และลูกๆ ทุกวัน เพื่อเดินออกกำลังกายหน้าบ้านประมาณ 30-45 นาที ให้พอมีเหงื่อ ปอดได้รับออกซิเจนเต็มที่ และช่วยปลุกร่างกายให้กระฉับกระเฉง คิดเสียว่าผลข้างเคียงจากการเข้ารับรังสีรักษาไม่ได้อยู่กับแขนาน"

"นอกจากนั้น คุณแขยังทำกิจกรรมบำบัดโดยการปลูกผักสวนครัวในกระบะเล็ก บริเวณระเบียงบ้าน เช่น คะน้า ตำลึง พริกขี้หนู เป็นต้น เพื่อนำผักเหล่านั้นที่ปลอดสารพิษมาปรุงอาหาร"

"คุณแขเล่าอีกว่า คุณแม่ของแขประเสริฐยิ่งนัก จะคอยคั้นน้ำผัก ผลไม้ให้ดื่มก่อนกินข้าววันละ 3 ครั้ง มีแอปเปิ้ล แครอท กวางตุ้ง แตงโม และแก้วมังกร สลับกันไป หากวันไหนไม่ได้ไปโรงพยาบาล ช่วงบ่ายๆ แขกับคุณแม่จะผลัดกันนวดตัวค่ะ นวดธรรมดาๆ ไม่มีแบบแผนอะไร แต่พลังแห่งการสัมผัสด้วยความรักนี้มหัศจรรย์เหลือเกิน แขคิดว่าตัวเองหายวันหายคืนเลยละค่ะ"

"ขั้นตอนสำคัญซึ่งลืมไม่ได้ ก่อนนอนแขจะต้องสวดมนต์และภาวนาให้มะเร็งหาย โดยบอกลูกๆ เสมอว่า จะกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงอีกครั้ง และเหมือนปาฏิหาริย์ เพราะทุกวันนี้แขต่อสู้กับมะเร็งเต้านม จนโรคพ่ายแพ้ไปแล้ว"

บอกได้คำเดียวว่า กำลังใจ จากบุคคลในครอบครัว และบุคคลใกล้ตัว พลังใจของตัวเองที่ต้องการจะมีชีวิตอยู่และต่อสู้กับมะเร็งนั้นสำคัญจริงๆ แต่ถึงกระนั้น คุณแขก็จะต้องดูแลสุขภาพของตัวเองอยู่เสมอนะครับ เพื่อป้องกันการกลับมาของมะเร็งเต้านมอีก ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่มอบให้ผู้อ่านทุกท่านครับ


Read More »

แค่ปวดท้องที่ไหนได้กลายเป็นมะเร็งรังไข่

2 ความคิดเห็น
          วันนี้ผมมีเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของผู้ป่วยมะเร็งมาเล่าให้ผู้อ่านได้อ่านกันนะครับ เพราะปัจจุบันโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวของคุณเอ๋ย นักศึกษาสาววัย 20 ปี ผู้ที่ต้องคอยดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งรังไข่ ได้เล่าให้ฟังว่า


          "ประมาณสองปีที่แล้ว คุณแม่นั้นป่วยท้องอยู่บ่อยครั้ง (อันนี้เหมือนกับของแม่แฟนผมเลยครับอาการปวดท้องนี่ละครับที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก) แน่นและอึดอัดท้องมากๆ ซึ่งมีอาการคล้ายกับมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ ทั้งๆ ที่คุณแม่รู้สึกเบื่ออาหาร กินข้าวไม่ได้ แต่ท้องน้อยกลับโตขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการซึมเศร้าด้วย"

          "หลังจากนั้นคุณแม่ก็อาการแย่ลงเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง เป็นไข้หนาวๆ ร้อนๆ ตลอดเวลา แต่ก็คิดว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังจากภาวะหมดประจำเดือน เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เอ๋ยทนเห็นแม่เป็นอย่างนี้ไม่ไหว เพราะสภาพร่างกายของคุณแม่ตอนนี้แย่สุดๆ เอ๋ยจึงพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล และก็ตรวจพบ มะเร็งรังไข่ ระยะที่ 1c คือ เซลล์มะเร็งอยู่ในรังไข่ทั้งสองข้าง และกระจายมาที่บริเวณผิวรังไข่ข้างซ้ายค่ะ"

          ระหว่างที่ตรวจพบและรอการรักษา คุณแม่ก็มีอาการเพิ่มขึ้น คือ มีอาการปวดหลังแทบเดินไม่ไหวและถ่ายปัสสาวะทุกๆ 30 นาที เพราะก้อนมะเร็งไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ

          "คุณหมอรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการทำเคมีบำบัดค่ะ เอ๋ยเห็นคุณแม่ซูบผอมลงไปมากเพราะเสียเลือด น้ำหนักลด ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ขับถ่ายไม่ปกติ และกินอาหารไม่ได้ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาค่ะ"

ผมในฐานะเป็นบุคคลหนึ่งที่เคยดูแลคุณแม่และคอยต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ของเอ๋ยได้ฟื้นตัวเร็ววันเร็วคืน ขอให้คุณแม่หายไวๆ นะครับ มะเร็งยิ่งตรวจพบเจอเร็วเท่าไร ยิ่งมีโอกาสในการรักษาสูงขึ้นเท่านั้น


Read More »